หนุ่มอาชีพรับจ้างช็อก อยู่ดีๆมีหมายศาล ถูกฟ้องล้มละลาย 97 ล้าน

หมายศาล

นายวิชิตร์ บอกว่า หลังได้รับหมายศาลและอ่านเนื้อหาในหมาย ก็ตกใจมากทำอะไรไม่ถูกถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับ เพราะไม่รู้ว่าจู่ๆ มีชื่อไปเป็นผู้ถือหุ้นบริษัทดังกล่าวได้ยังไง ทั้งที่ตนเองมีอาชีพรับจ้างกรีดยาง ตัดอ้อย มีรายได้แค่วันละ 300-400 บาท และมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐช่วยเหลือแบ่งเบาค่าครองชีพไปรูดซื้อของใช้ในร้านค้าใกล้บ้านเท่านั้น ยืนยันว่าไม่เคยรู้จักหรือเกี่ยวข้องอะไรกับบริษัทดังกล่าวเลย จึงรีบนำหมายศาลที่ได้รับเข้าไปสอบถามและขอความช่วยเหลือ ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็แนะนำให้ไปสอบถามข้อมูลที่สรรพากรพื้นที่บุรีรัมย์ และขอความช่วยเหลือกับสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิกรณีถูกนำข้อมูลหรือเอกสารไปใช้

จากนั้นจึงรีบไปสอบถามที่สรรพากรบุรีรัมย์ตามคำแนะนำ ทางสรรพากรทำการตรวจสอบข้อมูลในระบบ ตามที่มีชื่อตนเองกลายเป็นผู้ถือหุ้นอยู่นั้น ก็พบว่า บริษัทดังกล่าวจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท เมื่อวันที่ 27 เม.ย.2547 สถานะเป็นนิติบุคคล ประเภทธุรกิจ ซื้อขาย เช่าซื้อ ขายฝากที่ดินและอสังหาริมทรัพย์อื่น ทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาท โดยมีข้อมูลหนี้ค้างชำระตั้งแต่ปี 2561-2563 กว่า 24 ล้านบาท เบี้ยปรับอีก 48 ล้านบาท เงินเพิ่มอีก 24 ล้านบาท รวมเป็นเงินที่ต้องชำระกว่า 97 ล้านบาท ทางสรรพากรพื้นที่บุรีรัมย์จึงบอกให้นำเอกสาร ไปติดต่อที่สำนักงานบังคับคดีจังหวัดบุรีรัมย์

แต่พอไปติดต่อเจ้าหน้าที่บังคับคดีจังหวัด ก็บอกให้ไปที่กองบังคับคดีล้มละลาย 3 กรมบังคับคดี ที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งตนไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน และจะต้องไปติดต่อยังไง ที่สำคัญตอนนี้ไม่มีเงินเลยเพราะไม่ค่อยมีคนจ้างงาน ก็อาศัยแค่เงินจากบัตรสวัสดิการรัฐที่ให้รูดซื้อของเดือนละ 200 บาท ส่วนเงินในบัญชีก็มีแค่ 200 กว่าบาท ไม่รู้จะหาเงินที่ไหนไปเป็นค่ารถ และที่กังวลมากที่สุดคือกลัวจะตกเป็นแพะถูกจับติดคุกฟรี เพราะไม่รู้ว่ามีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่โตได้ยังไงก็พร้อมให้ตรวจสอบ แต่ส่วนตัวเชื่อว่าอาจจะมีมิจฉาชีพเอาเอกสารส่วนตัวไปใช้ หรืออาจจะเกิดความผิดพลาดอะไรซักอย่าง จึงอยากวิงวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือผู้รู้กฎหมายช่วยเหลือด้วย

ขอบคุณ one31


Loading...