พ่อชมพู่ พูดแทรกขึ้นมา

ล่าสุด 7 ก.ค. 63 รายการโหนกระแสได้เชิญนายไชย์พล วิภา หรือลุงพล มาอีกครั้ง เกี่ยวกับประเด็นที่กำลังพูดถึงว่าตนเป็นผู้ต้องสงสัยในสายตาของครอบครัวน้องชมพู่ พร้อมทั้งนำจดหมายจากป้าแต๋ม ภรรยาลุงพล ที่เขียนถึงเรื่องราวในครั้งนี้มาเปิดในรายการด้วย

ลุงพล กล่าวว่า เจ้าตัวรับว่าการมาครั้งนี้จะต่างจากครั้งแรกคือ เป็นการเปิดใจในความสงสัยที่ตนมีแต่แรก ที่สังคมาต้องรับรู้ แต่ไม่ได้พูดออกไปเพราะเห็นแก่หน้าพ่อแม่ของน้องชมพู่ และยังคงยืนยันว่าน้องเดินเข้าไปบนเขาไม่ได้เพราะเขาสูงเกินกว่าเด็กจะขึ้น นอกจากมีคนพาไป

พ่อและแม่น้องชมพู่ เปิดเผยว่า ตนยังสงสัยในตัวลุงพลว่าเขาเป็นผู้ก่อเหตุ สงสัยจากการให้สัมภาษณ์ของลุงพล จากข่าวแต่ละครั้งที่ไม่ตรงกัน รวมถึงพฤติกรรมของลุงพลในพักหลัง ๆ ที่เปลี่ยนไป ตนสงสัยว่าลุงพลรู้เรื่องว่าน้องชมพู่หายตัวไปก่อนจะไปรับพระหรือไม่ หรือว่าเขารู้เรื่องน้องหายหลังจากรับพระ และช่วงเวลาที่ลุงไปรับพระทำไมถึงใช้เวลานานขนาดนั้น

ส่วนประเด็นที่ลุงพลสงสัยว่าพ่อแม่ถึงไม่ล้างหน้าลูกสาวนั้น เพราะญาติได้ให้คำแนะนำว่า ถ้ายังทำใจที่จะเห็นหน้าน้องชมพู่ไม่ได้ ก็ไม่ต้องล้างหน้า และก็ไม่ใช่ตนเป็นรายแรกของหมู่บ้านที่ไม่ล้างหน้าลูกสาว ชาวบ้านในหมู่บ้านกกกอกหลายคน ก็ยังไม่ล้างหน้าลูก เป็นสิทธิของพ่อแม่แต่ละคน ส่วนตนเลือกจะจำหน้าลูกสาวแค่ตอนที่สวยเท่านั้น และวันที่เผ าน้องชมพู่ตามความเชื่อของชาวบ้าน เขาก็ห้ามพ่อแม่ทำน้ำตาหล่นใส่ร่างกายลูก

สำหรับกรณีที่ลุงพลสงสัยว่าตนรีบเผ าเสื้อผ้าน้องชมพู่ไปพร้อมกับนั้น ตนคิดว่าการเผ าเสื้อผ้าน้องชมพู่ ทำตามธรรมเนียมประเพณี ตนเองก็ไม่ได้เผ าสิ่งของของน้องหมดทุกอย่าง และคนที่เก็บเสื้อผ้าน้องไปก็ไม่ใช่ตนเอง แต่เป็นญาติ ๆ ที่ตนต้องเผ าน้องเร็วนั้น เพราะตอนนั้นผลออกมาแล้ว โดยหลังจากที่แม่กำลังพูดอยู่เป็นพ่อน้องชมพู่ก็รีบพูดแทรกขึ้นมาทันทีว่าทำตามประเพณี จะอะไรนักหนา

ล่าสุดแม่น้องชมพู่ ตอบกลับแล้ว พร้อมตัดญาติ ลุงพล ขอเปิดใจทุกประเด็นที่สังคมสงสัย เผยตัดความรู้สึกส่วนตัวออกไปแล้ว สงสัยตามข้อเท็จจริงที่ออกมาในช่วงหลัง เพราะเจอว่าลุงพลพูดไม่ตรงกันหลายเรื่อง

พูดเรื่องไม่ยอมล้างหน้าลูก ซึ่งได้บอกว่าไม่ล้างหน้าศพลูก เพราะญาติแนะนำว่าทำใจไม่ได้ก็ไม่ต้องทำ เชื่อถ้าน้ำตาโดนร่างลูกวิญญาณจะไม่สงบ ส่วนเรื่องเผาเสื้อผ้าชมพู่ เป็นญาติที่เก็บเสื้อผ้าน้องไปเผา


Loading...