เด็กกระโดดสะพานลงเล่นน้ำ พลาดตกใส่เรือแล่นมาพอดี เจ็บสาหัส

คุณบุญยืน มิ่งมาอายุ 55 ปี ที่อยู่ตามบัตรประจำตัวประชาชนเลขที่ 178/2 หมู่ 7 ตำบลขุนพิทักษ์ อำเภอดำเนินสะดวกจังหวัดราชบุรี เป็นพ่อค้าขายมะพร้าวอยู่ริมถนนสายบ้านแพ้ว และเป็นผู้ที่ถ่ายคลิปดังกล่าวเอาไว้ได้ คุณบุญยืน เล่าว่า เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2563 เวลาประมาณ 13.00 น. วันนั้นอากาศร้อน ตนเองได้ออกไปนั่งเล่นบริเวณท่าน้ำวัดธรรมะจริยาภิรมย์ ก็เห็นเด็ก2 คน เล่นน้ำกันโดยกระโดด ลงมาจากสะพาน ก็ได้เตือนเด็กแล้วว่า อย่ากระโดดลงมา มันอันตรายเรือเขาแล่นผ่านไปมา ความสูงจากราวสะพานมาถึงผิวน้ำประมาณ5เมตรเศษ

แต่เด็กทั้งสองกลับนิ่งเฉยไม่สนใจกับคำตักเตือน ยังคงเล่นน้ำต่อไป และโดยปกติคุณบุญยืนก็จะชอบใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายรูปอยู่แล้วเวลาไปนั่งเล่นตามที่ต่างๆ เหตุการณ์ครั้งนี้เมื่อเตือนเด็กๆแล้วไม่ฟัง ก็ตั้งใจว่าจะถ่ายคลิปการกระโดดน้ำเฉยๆ ไม่ได้ถ่ายแค่ช๊อตเดียว คลิปในช่วงก่อนจะเกิดเหตุ เด็กทั้งสองคนก็กระโดดลงมาตามปกติ แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อตนเองได้ถ่ายคลิปต่อไปอีก โดยเด็กคนแรกกระโดดลงมาแล้วเด็กคนที่ 2 กระโดดตามมาเป็นจังหวะที่เรือโดยสารเล่นมาพอดี ทำให้ตกลงมาใส่หลังคาเรือเด็กจมหายไปต่อหน้าต่อตา

คลิปดังกล่าวนี้ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันว่า ผู้ที่ถ่ายคลิป เป็นเพื่อน เป็นญาติหรือรู้จักกับเด็กๆหรือไม่ ถ่ายคลิปตอนที่เด็กกระโดดน้ำแล้วทำไมไม่เห็นเรือแล่นมา ทำไมถึงไม่เตือน ซึ่งนายบุญยืน ยืนยันว่า ตนเอง ไม่ได้รู้จักกับเด็กทั้งสองมาก่อน เพียงแค่ไปนั่งพักร้อนเท่านั้น และขณะที่ถ่ายคลิปไม่เห็นเรือแล่นมาจริงๆ เพราะตอนถ่ายนั่งอยู่ด้านหน้าศาลาริมน้ำ ตอม่อก็บัง

จากคลิปจะมีเสียงตะโกนเรียก เอกๆ นั่นเป็นเสียงของใครคุณบุญยืนก็ไม่รู้ แล้วมาทราบภายหลังว่า เด็กชายที่ประสบเหตุนั้นชื่อเล่นว่า เอก อายุประมาณ 15 ปี เมื่อเด็กหล่นลงมาใส่เรือโดยสารแล้วนายบุญยืน ก็ใช้ไม้ หยั่งลงไปในน้ำตรงบริเวณที่เด็กจมหายไป แต่คุณบุญยืน ว่ายน้ำไม่เป็นจึงไม่ได้กระโดดลงไปในทันที แต่ก็มีพลเมืองดีที่กำลังนั่งกินก๋วยเตี๋ยวอยู่ริมน้ำฝั่งตรงข้ามว่ายน้ำข้ามมาช่วยก่อนที่ตนเองจะลงไปสมทบโดยการหย่อนตัวลงไปตามไม้ที่ปัก


เหตุการณ์นี้คุณบุญยืนอยากให้สังคมเข้าใจว่าตนเองไม่ได้ตั้งใจจะกลั่นแกล้งเด็กๆ เตือนแล้วเด็กๆไม่เชื่อฟัง มันเป็นจังหวะบังเอิญจริงๆ ฝั่งตรงข้ามที่เป็นแม่ค้าขายส้มตำ พ่อค้าแม่ค้าก๋วยเตี๋ยวก๋วยจั๊บ ก็ให้ข้อมูลตรงกับ คุณบุญยืน บอกว่า ขณะเกิดเหตุลูกค้าที่มานั่งกินก๋วยจั๊บได้ว่ายน้ำข้ามไปช่วยเหลือเด็กแต่ก็เป็นการช่วยเหลืออย่างทุลักทุเล เพราะ กางเกงลูกฟูกอุ้มน้ำประกอบกับ น้ำที่ลึกแทบจะพยุงตัวไม่อยู่ ในที่สุดก็ว่ายข้ามฝั่งมาช่วยเหลือเด็กเอาไว้ได้ทันเวลา ใช้เวลาค้นหาเด็ก ประมาณ 15 นาทีก็นำเด็กขึ้นมาบนฝั่ง แล้วพระสงฆ์ ของวัดธรรมจริยาภิรมย์ ที่เคยมีประสบการณ์ในการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ก็ช่วยทำCPR จนเด็กมีสติขึ้นมาอีกครั้ง

จากนั้นชาวบ้านก็ช่วยกันนำส่งโรงพยาบาล ทางด้าน คุณลุงแสวง สุทธิรักษมี คนขับเรือโดยสารคันดังกล่าว ได้เล่าเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นว่า ขณะที่ตนรับผู้โดยสารมา 5 คน มุ่งหน้าไปทางวัดหลักสี่ จังหวะที่แล่นมาใกล้กับสะพานก็มีเด็กคนหนึ่งกระโดดลงน้ำมา ตนเองก็ตกใจจึงชะลอเรือ เพราะไม่แน่ใจเหมือนกัน ว่ายังมีเด็กจะกระโดดลงมาอีกหรือเปล่า และแล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อได้ยินเสียงดังตุ๊บ มองไปอีกที เด็กก็หล่นลงมาจากหลังคาก่อนจมหายไป เหตุการณ์นี้ คุณลุงแสวง ยอมรับว่าตกใจมาก ขับเรือมา 40 กว่าปีไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ ตอนนี้ก็ยังระแวง เวลาแล่นผ่านสะพาน ก็ต้องสังเกตชะลอเรือ คุณลุงแสวง มองไม่เห็นจริงๆ เพราะจุดที่เล่นมากับจุดที่เด็กกระโดดนั้นคนละฝั่งสะพาน สะพานก็บังหลังคาเรือก็บัง คุณลุงแสวง ก็ได้เดินทางไปเยี่ยมเด็กชายคนดังกล่าวที่โรงพยาบาลบ้านแพ้วแล้ว อาการค่อนข้างหนักพอสมควร คุณหมอยังต้องให้นอนพักก่อนจะทำการรักษาตามขั้นตอนต่อไป

คุณลุงแสวง ได้พูดคุยกับญาติของเด็ก ซึ่งก็ขอร้องกับคุณลุงแสวงว่า อย่าเอาเรื่องหลานเลยเพราะทางบ้านก็ไม่มีเงินจะมาชดใช้ค่าเสียหายให้ แต่คุณลุงแสวง ก็บอกว่า ตนเองไม่ได้เรียกร้องอะไร เป็นห่วงเด็กที่ได้รับบาดเจ็บมากกว่า ความเสียหายของเรือก็เพียงแค่เหล็กหักยังซ่อมแซมได้ เด็กไม่เป็นอะไรก็ดีใจแล้ว ทางญาติของเด็กก็ ยอมรับว่าลูกหลานนั้นผิดเอง เคยตักเตือนแล้วก็ไม่ฟัง

เช่นเดียวกับชาวบ้านที่อยู่ใกล้กับสะพานดังกล่าวนั้นต่างก็พูดเหมือนกันว่าสะพานตรงนี้เมื่อก่อนเป็นสะพานไม้ เพิ่งจะสร้างเป็นสะพานปูนได้ประมาณ 8 ปี ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเด็กๆในพื้นที่อำเภอบ้านแพ้วมักจะมากระโดดน้ำเล่นกันเป็นประจำ เมื่อก่อนก็เคยมีเด็กกระโดดลงมาตกใส่เรือบรรทุกทราย แต่โชคดีที่บาดเจ็บเล็กน้อย แต่ด้วยสายตาของชาวบ้านก็รู้อยู่ว่า มีเรือแล่นผ่านไปมาตลอดทั้งวันจึงเป็นห่วงความปลอดภัย มักจะเตือนกัน ประจำว่าไม่ให้เด็กๆกระโดดลงมาจากสะพาน การตักเตือนก็ไม่ได้ส่งผลดี หลายครั้งเด็กๆก็โต้เถียงทำกิริยาไม่พอใจ ก็ทำได้แค่มอง และแล้วก็พลาดจนได้ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องให้มีความเข้มงวดมากกว่านี้หรือมีการติดป้ายห้ามเล่นน้ำบริเวณสะพาน

ข่าวโดย ชูชาต แดพยนต์ ทีมข่าวสมุทรสาคร

Loading...