ช่างประปาเปิดใจ ถูกสอบ 8 รอบ คดีน้องชมพู่ ตร.ลุยเขาหาหลักฐานมัดตัว

ล่าสุดวันที่ 5 มิ.ย.63 เมื่อเวลา 12.00 น. เจ้าหน้าที่จากกองกับกำการตำรวจภูธรภาค 4, กองกำกับการสืบสวน จ.มุกดาหาร, ชุดสืบสวนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, ตำรวจ สภ.กกตูม รวมกว่า 13 นาย และเจ้าหน้าที่ป่าไม้อุทธยานแห่งชาติภูผายล 2 นาย รวมทั้งสิ้น 15 นาย พร้อมสื่อมวลชน เดินทางขึ้นที่ภูเขาฝั่งทิศตะวันตก ตรงบริเวณ รร.สยามกลการ 5 (รร.บ้านกกกอก) ซึ่งเป็นโรงเรียนร้าง เป้าหมายของวันนี้จะเดินขึ้นไปยังจุดสูงสุดของประปาเก่าของหมู่บ้านกกกอก ที่ชาวบ้านไม่ได้ใช้งานแล้ว

นอกจากนี้ เป้าหมายนอกจากเดินตามข้อมูลผู้ต้องสงสัย เจ้าหน้าที่ก็ต้องตามเก็บพยานหลักฐานเพิ่มเติม เผื่อจะเกี่ยวโยงคดีได้ โดยภูเขาที่ทีมข่าวขึ้นวันนี้ เรียกว่าภูประพาง อยู่ระหว่างบ้านกกกอก ต.กกตูม กับบ้านกวนบุน ต.จันทร์เพ็ญ อ.เต่างอย

ขณะที่ทีมข่าวเดินป่าเข้าป่าไปเพียง 160 เมตร ได้เจอกับกล่องนมเปรี้ยว และกล่องนมถั่วเหลืองอยู่ที่บริเวณโคนต้นไม้ ซึ่งกล่องนมทั้ง 2 กล่องสภาพไม่ได้เก่ามากห่างกันเพียง 3 เมตรเท่านั้น แต่ห่างจากบ้านน้องชมพู่ 550 เมตร เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน เนื่องจากทราบมาว่าน้องชมพู่ ชอบนมเปรี้ยวด้วย

จากนั้นทีมข่าวได้เดินขึ้นไปตามแนวน้ำ อีกประมาณ 250 เมตร พบซองขนมปังสีชมพู และสีส้ม รวม 2 ถุง ห่างจากบ้านน้องชมพู่ 780 เมตร ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน คาดว่าอาจจะเป็นของชาวบ้านที่มาหาของป่า เนื่องจากจุดดังกล่าวไม่ได้อยู่บนภูเขาสูงมาก นอกจากนี้ในบริเวณนั้นยังพบยากันยุงยี่ห้อหนึ่งอยู่ด้วย

ทีมข่าวและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เดินทางต่อขึ้นไปตามสายท่อประปาสแตนเลส ซึ่งเส้นทางลำบากมาก เพราะเป็นทางลาดชัน เจ้าหน้าที่พาทีมข่าวเดินไปเรื่อย ๆ กระทั่งไปหยุดที่ระยะทาง ประมาณ 1.5 กม. เจอโพรงหินเป็นหลุมลึกมีหินเรียงสวยงาม มีสายท่อประปาสแตนเลสพาดผ่าหินขึ้นไป ทีมข่าวจึงต้องเดินไปอีก โดยระยะทางที่เดินมาไกล เจ้าหน้าที่ตำรวจเหนื่อยล้า พยายามให้กำลังใจว่าไม่ไกล เจ้าหน้าก็พาทีมข่าวเดินลัดเลาะขึ้นไปอีก ตามท่อน้ำสแตนเลสเช่นเดิม

แต่ระหว่างเดินไปเจ้าหน้าที่ก็ต้องเดินกันต่อไปแบบยังไม่รู้ว่าจุดสูงสุดของท่ออยู่ที่ไหน เนื่องจากไม่มีชาวบ้านในพื้นที่มาด้วย ซึ่งทีมข่าวเดินไปอีกประมาณ 1.5 กม. ได้เจอกับปลักควาย ได้พบกับควายของชาวบ้านที่ขึ้นมาเล่นโคลนบริเวณกลางเขา ซึ่งปลักควายดังกล่าวได้อยู่ในเขตของ ต.จันทร์เพ็ญ อ.เต่างอย ซึ่งควายก็เป็นควายของชาวบ้านทางเต่างอย เพราะเมื่อควายเห็นทีมข่าว ได้วิ่งลงภูเขามุ่งหน้าไปทางเต่างอย

จากนั้นทีมข่าวได้เดินจากปลักควายไปประมาณ 10 เมตร ก็ได้เจอกับประปาเก่าของหมู่บ้านที่ชาวบ้านไม่ใช้แล้ว เจ้าหน้าที่ได้เปิดผ้ามุ้งที่คลุมท่อ พบข้างในเป็นน้ำภูเขาใส โดยขนาดรอบบ่อกว้าง 100 ซม. ยาว 150 ซม. ข้างบ่อเขียนว่าสร้างเมื่อวันที่ 2 พ.ย.2548 ผ่านมา 15 ปีแล้ว เจ้าหน้าที่ได้เปิดดูในบ่อและดูรอบ ๆ บ่อก็ไม่พบหลักฐานหรือจุดที่ต้องสงสัยแต่อย่างใด

นอกจากนี้ระหว่างที่เจ้าหน้าตำรวจกำลังดูท่อ ตำรวจเปิดเผยกับทีมข่าวว่า คนที่จะขึ้นมาซ่อม หรือขึ้นมาจุดประปาเก่าได้นั้น ต้องเป็นคนที่มีความชำนาญเส้นทางอย่างมาก เพราะทางยากลำบากจริง ๆ ทีมข่าวใช้เวลาเดินลัดเลาะไปตามแนวเขา ขึ้นไปตั้งแต่เวลาประมาณ 12.00 น. ถึงจุดประปาในเวลา 16.00 น. ใช้เวลา 4 ชม.

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พาทีมข่าวเดินย้อนลงมาจากเขา เนื่องจากไม่พบอะไรที่น่าสงสัย และได้พาทีมข่าวเดินลงมาจากภูเขา แต่การเดินลงจะเร็วกว่า แต่ต้องเดินอย่างระมัดระวังเนื่องจากเส้นทางลาดชัน ซึ่งขณะเดินลงเขานั้นช่างภาพของอมรินทร์ทีวี ได้ลื่นภูเขาถูกหินภูเขาบาด จนทำให้เกิดแผลถลอกที่แขนซ้าย

การเดินลงเขาครั้งนี้ ใช้เวลาแค่ 1 ชม. 30 นาทีเท่านั้น กระทั่ง 17.30 น. ได้ออกมาโผล่ที่ไร่มันสำปะหลังของชาวบ้านกกกอก เป็นธารน้ำไหลผ่านบ้านกกกอก จากนั้นได้มีรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มารับทีมข่าวที่ตีนภูประพาง กลับเข้าไปในหมู่บ้าน โดยวันนี้ทีมข่าวใช้เวลาเดินตามแนวท่อปะปา ไปจนถึงปะปาเก่าของหมู่บ้าน และลงมาจากภูเขาใช้เวลาประมาณ 5 ชม. 30 นาที

ทีมข่าวได้ข้อมูลจากชาวบ้านเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งมีบุคคลที่เป็นคนดูแลคือสมาชิกกองทุนหมู่บ้าน จะดูแลเกี่ยวกับการจัดการน้ำ ปัญหาทั้งหมดด้วย โดยมีสมาชิกรวม 15 คน มีผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีเป็นสมาชิก คือ 1.นายสมบัติ 2.นายไชย์พล และ 3.นายเต้ย แต่จะมีอีกคนที่ทำหน้าที่ช่างประปาหมู่บ้าน ทราบชื่อ นายเบิร์ด (นามสมมติ)

นายเบิร์ด อธิบายว่า ในหมู่บ้านจะใช้น้ำจาก 5 บ่อ คือ บ่อกกแคร บ่อตาคำแดง และบ่อกกยาง เพราะน้ำจะไหลมาพักที่ถังพักหลังสวนยาง บ่อนี้จะไหลมาพักที่บ่อซีเมนต์กลางหมู่บ้าน และบ่อภูผาแอกจะต่อตรงเข้าระบบท่อหมู่บ้าน ส่วนบ่อที่เจ้าหน้าที่ไปตรวจวันนี้ คือ บ่อภูผาพาง เป็นบ่อน้ำที่หมู่บ้านบกเลิกใช้ไป 3-4 ปีแล้ว โดยบ่อพักจะมี 2 จุด คือ จุดกลางหมู่บ้าน และจุดท้ายสวนยาง

ทั้งนี้ตนเป็นช่างของหมู่บ้านจริง ซึ่งทำหน้าที่จัดการปัญหาทุกอย่างเกี่ยวกับน้ำประปา ในวันที่ 11 พ.ค.63 ยืนยันว่าไม่มีปัญหาเรื่องน้ำแน่นอน วันนั้นไม่ได้มีอะไรที่ต้องเข้าไปแก้ไข การซ่อมก็มีช่วงก่อนเกิดเหตุเด็กจะหายตัวไป แต่ตนก็ไปซ่อมฝั่งภูผาแอก ไม่ได้ไปฝั่งภูเหล็กไฟแต่อย่างใด

สำหรับหน้าที่ของตนในการดูแลน้ำ คือ ทำทุกอย่างเกี่ยวกับน้ำ หากไม่ว่างตนก็จะเรียกวัยรุ่นในหมู่บ้าน แต่ทุกครั้งต้องผ่านตน ส่วนตัวถูกตำรวจสอบไปแล้วประมาณ 8 ครั้ง ซึ่งตนไม่ได้มีอะไรต้องเครียด เพราะไม่ได้ก่อเหตุ อีกทั้งตนพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ หากจะเรียกไปสอบปากคำอีกครั้ง ถ้าตนทำจริงคงหนีไปต่างประเทศ ซึ่งนายเบิร์ด พูดติดตลกว่า “จะไปอยู่ดูไบ”

ทีมข่าวไปสำรวจบ่อพักของหมู่บ้าน จะมี 2 จุด คือ จุดกลางหมู่บ้าน และท้ายสวนยาง โดยจุดกลางหมู่บ้าน มีบ่อซีเมนต์ 1 บ่อ ทีมข่าวสังเกตว่าคนร้ายอาจนำเสื้อมาทิ้งในบ่อ จึงลองปีนดู ความสูงราว 2.5 เมตร ในบ่อมีน้ำอยู่ราวครึ่งหนึ่ง แต่ไม่พบว่าด้านในจะมีเสื้ออยู่ด้วย

จุดท้ายสวนยาง เป็นทางขึ้นภู ซึ่งมีถังน้ำ 2000 ลิตร 16 ถัง และถัง 1000 ลิตร 1 ถัง โดยทีมข่าวสังเกตว่าอาจจะมีเสื้ออยู่ จึงเปิดถังดูทุกถังยังไม่พบว่ามีเสื้อ ทั้งนี้ที่จุดบ่อพักท้ายสวนยาง มีถังซีเมนต์อยู่ด้วย ทีมข่าวจึงลองปีนดู ปรากฎว่าในถังไม่พบเสื้อ รวมทั้งไม่มีน้ำอยู่ด้านใน

ทีมข่าวยังพบบ่อน้ำซีเมนต์แบบกลมอีก 1 ถัง อยู่บริเวณทางเข้าสวนยาง ซึ่งเป็นบ่อเก่า ไม่ได้ใช่งานแล้ว ทีมข่าวจึงลองปีนดูอีก 1 ถัง บ่อนี้สูง 5 เมตร พบว่าในบ่อไม่มีอะไรเช่นกัน

คลิป

ขอบคุณ ทุบโต๊ะข่าว


Loading...