ทุบหัวพระเผาซ้ำทิ้งศพข้างทุ่งนา ชาวบ้านเผยพระมีเงินติดตัวจำนวนมาก

วันที่ 27 มกราคม 2563 ผู้สื่อข่าวสยามนิวส์รายงานว่า ร ต อ ยงยุทธ สะเดา สว.สอบสวน สภ.ย่อยเมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุแก่นนครว่า มีชาวบ้านพบศพพระสงฆ์มรณภาพอยู่ที่โคนเสาไฟฟ้าแรงสูง ข้างทุ่งนา ตรงข้าม บขส.ขอนแก่นแห่งที่ 3 พื้นที่บ้านกุดกว้าง หมู่ 12 ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น ภายหลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น และได้ประสานกู้ชีพ กู้ภัย และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน4จังหวัดขอนแก่น ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบ

จากนั้นไปตรวจที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.ปรีชา เร่งสาริกิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองขอนแก่น เมื่อไปถึงที่พบศพ ซึ่งเป็นโคนเสาไฟฟ้าแรงสูงห่างจากถนนเลี่ยงเมือง ประมาณ 1 กม.พบศพพระสงฆ์ อายุประมาณ 35 ถึง 40 ปี ในสภาพนุ่งสบงรัดประคต ใส่อังสะ ผิวหนังไหม้เกรียมคล้ายถูกไฟไหม้ ศีรษะถูกตีด้วยของแข็ง มีหนอนไต่ยั้วเยี้ยทั้งในปาก รูจมูก หู ตา มรณภาพมาแล้วประมาณ 3 วัน และยังพบว่าจุดที่พบศพนั้น มีร่องรอยของต้นไม้ที่ถูกไฟไหม้ด้วย

เจ้าหน้าที่ตรวจบริเวณรอบจุดที่พบศพ พบว่าห่างจากศพไปประมาณ 20 เมตร พบกระท่อมนา1หลัง ในกระท่อมมี บาตร 1 ใบ จีจร กรด ถุงอาหาร ขวดเครื่องดื่มชูกำลัง ตามพญานาค และขวดน้ำหลายชนิด รองเท้าแตะนอกจากนี้บริเวณทางเดินจากกระท่อมไปยังจุดที่พบศพ ยังพบท่อนไม้ยาวประมาณ 1 เมตร ที่มีตะปูติดพบคราบเลือด โดยจุดที่พบท่อนไม้นั้น ยังพบรอยเลือดบนพื้นดินจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสันนิษฐานว่า พระรูปที่มรณภาพ มีเงินติดตัวจำนวนมาก ก่อนจะถูกฆ่าตาย น่าจะมีบุคคลอื่นไม่ต่ำกว่า 2 คน มาหาพระสงฆ์ที่กระท่อมนาแล้วอาจจะมีปากเสียงกัน หรืออาจจะก่อเหตุชิงทรัพย์เงินสดของพระ พระสงฆ์อาจจะวิ่งหลบหนี แต่ถูกคนร้ายใช้ท่อนไม้ทำร้ายจนล้มลงเสียชีวิต จากนั้นคนร้ายจึงอุ้มศพพระไปทิ้งไว้ที่โคนเสาไฟฟ้า แล้วราดน้ำมันเพื่อเผาศพ แล้วหลบหนีไป แต่ไฟไหม้เพียงผิวหนังและต้นหญ้ารอบศพเท่านั้น

ภายหลังตรวจสถานที่พบศพ ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก พ.ต.อ.ปรีชา เร่งสาริกิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจจุดที่พบศพและกระท่อมนาอย่างละเอียดแล้ว ไม่พบหลักฐานหรือหนังสือสุทธิของพระสงฆ์แต่อย่างใด จึงยังไม่ทราบว่าพระสงฆ์ที่มรณภาพนั้นเป็นพระจริงหรือพระปลอม

จากการสอบสวนชาวบ้านผู้ที่มาพบศพ ในเบื้องต้นทราบว่าก่อนหน้านี้มีชายแต่งกายเป็นพระสงฆ์ 4 รูป มารวมตัวอยู่กินกันที่ใต้ต้นมะขามใหญ่ ห่างจากจุดที่พบศพประมาณ 100 เมตร แต่ช่วงก่อนตรุษจีน พระทั้ง4 รูปเมาสุราจนทะเลาะวิวาทกันจึงแยกย้ายกันไป เหลือพระที่มรณภาพเพียงรูปเดียว ทราบเพียงว่า มาจาก อ.บ้านเขว้า จ.ชัยภูมิ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสอบสวนชาวบ้านที่อยู่ในละแวกใกล้ที่พบศพ เพื่อหาเบาะแสของพระที่มรณภาพรวมถึงเบาะแสของบุคคลที่เกี่ยวข้องต่อไป

ในขณะที่ชายวัย 58 ปีซึ่งเป็นคนขับรถแมคโคร ซึ่งเป็นคนพบศพให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า โดยส่วนตัวไม่เชื่อว่าจะเป็นพระสงฆ์จริงๆ เพราะกลุ่มชายแต่งกายคล้ายพระสงฆ์ มักจะมารวมตัวกันในป่า ใกล้ทุ่งนา ตรงข้าม บขส.3 ล่าสุดคือกลุ่มพระสงฆ์ที่มรณภาพ ที่มักจะซื้อเครื่องดื่มชูกำลัง(พญานาค) และสุรา 40 ดีกรีมานั่งจับกลุ่มดื่มด้วยกันเมาเอะอะโวยวายในป่าเช้ามาก็แต่งกายเป็นพระออกบิณฑบาตกับชาวบ้าน ตามหมู่บ้านต่างๆ ซึ่งก่อนหน้านี้เพื่อนก็เคยขับรถพาไปบิณฑบาตตามหมู่บ้านมาแล้ว

ชายวัย 58 ปี กล่าวอีกว่า โดยก่อนจะพบศพ มีเพื่อนร่วมงานที่เดินทางผ่านถนนข้างกระท่อมบ่นว่าได้กลิ่นเหม็นคล้ายศพที่กระท่อมนาน แต่ไม่กล้าเข้าไปดู จึงตัดสินใจมาดูด้วยตัวเอง จนพบศพพระสงฆ์ รูปดังกล่าวมรณภาพที่โคนเสาไฟฟ้า จึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจให้ทราบและมาตรวจที่เกิดเหตุดังกล่าว

ข่าวโดย นัสฐริกา ทีมข่าวสยามนิวส์ จังหวัดขอนแก่น


Loading...