พ่อแม่ร่ำไห้หนัก หลังเห็นศพลูก นศ. ม.ดัง ดิ่งสะพานภูมิพล ลงเจ้าพระยาจมหาย

จากกรณีเมื่อวันที่ 17 ต.ค.62 น ร.ต.อ. เทิดภูมิ ดวงปทุม รองสว.(สอบสวน) สภ.พระประแดง สมุทรปราการ ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ รปภ. ที่ดูแลสะพานภูมิพล 1 ม.9 ต.ทรงคนอง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ว่ามี นายอนันต์ โต๊ะชาลี อายุ 23 ปี ที่อยู่ 146/1 ม. 7 ต.นาสนุ่น อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ ขี่รถจยย.ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นฟีโน่ สีน้ำเงิน ขาว หมายเลขทะเบียน 6กว-9448 กทม. มาจอดกลางสะพานภูมิพล 1 และถอดเสื้อพร้อมวางโทรศัพท์ไว้ด้านบนทางเดินบนสะพานด้านนอกและกระโดดลงไปในแม่น้ำเจ้าพระยาจมหายไปนั้น


ล่าสุดวันที่ 18 ต.ค.2562 เวลา 18.00 น. ร.ต.อ.เทิดภูมิ ดวงปทุม รองสว.(สอบสวน) สภ.พระประแดง ได้รับแจ้งจากนายชัยวัฒน์ ยะโอษฐ์ อยู่บ้านเลขที่ 12 ม.13 ต.ทรงคนอง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ว่ามีผู้พบศพชายลอยน้ำเสียชีวิตอยู่ กลางแม่น้ำเจ้าพระยา ตรงข้ามวัดลางขมิ้น ม.2 ต.บางยอ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ จึงพร้อมด้วยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รุดตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุ กลางแม่น้ำเจ้าพระยาห่างจากฝั่งวัดบางขมิ้น ประมาณ 500 เมตร เจ้าหน้าที่และชาวบ้านนำเรือออกไปลากศพผู้เสียชีวิตเข้ามาที่ฝั่งท่าน้ำวัดบางขมิ้นและนำขึ้นมาตรวจสอบพบเป็นชายสวมกางเกงยีนส์สีน้ำเงินตัวเดียว เสียชีวิตมาประมาณ 2 วัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงประสานไปที่ นายอนุตธ์ โต๊ะชาลี ผู้เป็นพ่อของ นายอนันต์ โต๊ะชาลี นักศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม นศ.บ.622(4)/3 วิทยาการจัดการ นิเทศศาสตร์ แขนงวิชาวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และสื่อใหม่ ที่กระโดดสะพานภูมิพล 1 และจมหายไปเมื่อวันที่ 17 ต.ค.2562 เพื่อมาดูศพ เมื่อมาถึงนายอนันต์ โต๊ะชาลีและญาติถึงกับร้องไห้โฮ ด้วยความเสียใจ และยืนยันว่าเป็นลูกชายตนเองที่เป็นโรคซึมเศร้า และขี่รถมาจอดไว้ที่สะพานภูมิพล 1 และกระโดดลงน้ำจมหายไป


นายอนุตย์ โต๊ะชาลี พ่อนายอนันต์ เล่าว่า เมื่อ 2 ปี ก่อนหน้านี้ บุตรชายป่วยเป็นโรคซึมเศร้าจึงพาไปรักษากับจิตแพทย์ โรงพยาบาลราชวิถี แพทย์จ่ายยามาให้รับประทาน เพื่อรักษาอาการ และกำชับให้สังเกตพฤติกรรม เดิมบุตรชายอยู่หอพักใกล้สถานศึกษา จึงให้ย้ายกลับมาพักกับครอบครัว ที่อำเภอพระประแดง เพื่อจะได้ดูแลอย่างใกล้ชิด ช่วงหลังอาการเริ่มกำเริบ เนื่องจากมีพฤติกรรมลักษณะโลกส่วนตัวสูง โดยล่าสุด เกิดอาการเครียด คิดมาก จากผลงานที่จะต้องนำเสนอส่งอาจารย์ที่ปรึกษา ไม่เป็นไปตามเป้าประสงค์ของบุตรชายเอง ทางบ้านก็ปลอบประโลม โดยบอกว่าไม่มีใครกดดัน ทั้งทางบ้านและสถานศึกษา เนื่องจากทำดีแล้ว โดยก่อนเกิดเหตุ บุตรชายขอไปนอนค้างที่บ้านเพื่อน โดยบอกว่าจะไปทำรายงาน เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ทางบ้านกลับไปทำบุญวันออกพรรษา ทราบอีกครั้งก็เกิดเหตุดังกล่าวขึ้น

Loading...