จับขี้ยา ตีเนียนนั่งคุยคนไม่รู้จัก สบทีเผลอยิงกกหูดับ ฉกทองหนี อ้างตายก็ไม่ได้ใช้

วันที่ 13 ก.ย. 62 ความคืบหน้าจากรณีนายสุทธิพงศ์ ด้วงคง อายุ 28 ปี เซียนไก่ชนถูกยิงเสียชีวิตภายในสวนยางพารา ซึ่งเปิดเป็นฟาร์มเลี้ยงไก่ชนเกือบ 100 ตัว ในพื้นที่หมู่ 4 ต.นาท่อม อ.เมือง จ.พัทลุง หลังจากเดินแยกจากกลุ่มที่นั่งด้วยกันอยู่ เพื่อออกไปปัสสาวะบริเวณร่องคูน้ำ ห่างจากฟาร์มไก่ชนประมาณ 50 เมตร โดยนายเปี้ยว คนที่นั่งอยู่ด้วยกัน ได้เดินตามไปใช้อาวุธปืนลูกซองพกยิงนายสุทธิพงศ์ เข้าบริเวณกกหูด้านขวา จำนวน 1 นัด จนเสียชีวิต ก่อนจะปลดสร้อยคอทองคำของผู้เสียชีวิต แล้วหลบหนีไป


โดยนายมณฑา รักแก้ว อายุ 45 ปี ชาวบ้านที่ได้ยินเสียงปืน เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุมีคนนั่งอยู่ด้วยประมาณ 2-3 คน จากนั้นผู้เสียชีวิต เดินออกไปโดยมีผู้ก่อเหตุเดินตามไปด้วย จากนั้นได้ยินเสียงปืน ตอนแรกคิดว่าเป็นการยิงเล่น ๆ มารู้ว่าผู้ตายถูกยิงก็เพราะเพื่อนที่มาด้วยกัน ตามไปเจอศพ เนื่องจากเห็นผู้ก่อเหตุขี่รถมอเตอร์ไซค์ออกไป โดยผู้เสียชีวิตไม่ใช่คนในพื้นที่ แต่มาที่นี่เพื่อนำไก่ชนมาฝึกตี

ล่าสุดตำรวจเข้าล้อมจับกุมนายชัยยันต์ จันท์หนู หรือ เปี้ยว อายุ 29 ปี พร้อมอาวุธปืนลูกซองที่ใช้ก่อเหตุ ขณะหลบหนีไปเสพยาในกระท่อมกลางสวนปาล์มของชาวบ้าน ในท้องที่ ม.10 ต.ชุมพล อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง ส่วนสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท ของผู้ตาย นายชัยยันต์อ้างว่าหล่นหายในขณะที่วิ่งหนีเจ้าหน้าที่ตำรวจ


นายชัยยันต์ซึ่งอยู่ในอาการเมายา พูดจาวกวน นัยตาขวาง สารภาพว่า ตนใช้อาวุธปืนยิงนายสุทธิพงศ์ถึงแก่ความตายจริง ก่อนเกิดเหตุตนขี่รถมาในฟาร์มไก่ชน เมื่อมาถึงก็เห็นผู้ตายพร้อมเพื่อนนั่งคุยกับเจ้าของฟาร์มอยู่ก่อนแล้ว จากนั้นก็ร่วมวงคุยกันตามปกติ แต่ยอมรับว่าไม่ได้รู้จักกับผู้ตายเป็นการส่วนตัว ขณะที่นั่งคุยกัน ผู้ตายได้ลุกไปนั่งเสพยาในคู โดยใช้ผ้าขาวม้าคลุมปิดบัง จากนั้นตนก็เดินตามไปหวังจะร่วมเสพยาด้วย แต่ถูกผู้ตายถามว่า พกปืนมาด้วย ยิงเป็นไหม ตนจึงโกรธ จึงใช้อาวุธปืนจ่อยิงที่กกหูด้านขวาไป 1 นัด จนล้มคว่ำ จากนั้นตนจึงปลดตะขอสร้อยคอทองคำจากคอผู้ตายติดมือมาด้วย เพราะตนคิดว่านายสุทธิพงศ์ตายแล้ว คงไม่ต้องใช้


อย่างไรก็ตาม ตำรวจรอให้ผู้ต้องหาตั้งสติ และสร่างเมาก่อน จากนั้นก็สอบปากคำพร้อมแจ้งข้อหาเสพยาเสพติดโดยผิดกฎหมาย มีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง และพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ฆ่าผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะนำผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำสารภาพอีกครั้ง ก่อนส่งตัวต่อศาลพิจารณาฝากขัง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณ amarintv


Loading...