แม่สุดทน อุ้มหลานขึ้นโรงพัก หลังถูกไล่ออกจากบ้าน แฉลูกชายทั้งน้ำตา

ควันหลวันแม่มาไม่จบ หลังแม่จูงหลานสาว 8 ขวบแจ้งจับลูกชายตัวเองพร้อมลูกสะใภ้หลังถูกไล่ออกจากบ้านพร้อมกันทั้งย่าหลาน ซึ่งระบุทั้ง 2 คนมีพฤติกรรมค้ายาเสพติด แถมลูกชายยังทำร้ายลูกสาวตัวเองก่อนจะขับไล่เพียง 1 วัน พร้อมเผยทั้งน้ำตาที่ลูกไล่เพราะสมบัติ 5 ล้านพร้อมบ้าน 3 หลังถูกผลาญไปหมดตัวแล้ว โดยังแฉลูกสะใภ้เอาหลานสาวแต่งชุดนักเรียนนั่ง จยย.เล่ขายยาตบตาตำรวจ


เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม เวลาประมาณ 20.00 น. เมื่อ นางวิชดา ชินะโชติ อายุ 62 ปี อาศัยอยู่บ้านเอื้ออาทร พุทธมณฑล สาย 4 เขตอำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ได้เข้าร้องต่อสื่อเพื่อรอเข้าแจ้งความดำเนินคดีต่อพนักงานสอบสวน สภ.โพธิ์แก้ว อ.สามพราน หลังจากลูกชายในไส้ไล่ออกจากบ้านพร้อม ด.ญ.เอ (นามสมมติ) นร.ชั้น ป.2 โรงเรียนย่านถนนเพชรเกษม ซึ่งลูกสาวแท้ๆ ซึ่งเป็นหลานของตัวเองทั้งที่ยังสวมชุดนักเรียน

โดยระบุว่าทั้งลูกชายและลูกสะใภ้ นั้นเป็นนักค้ายาเสพติดทั้งคู่นางวิชดา อายุ 62 ปี บอกทั้งน้ำตาว่า ตนเองและ ด.ญ.(นามสมมติ) อายุ 8 ขวบ นักเรียนชั้นป.2 ได้ถูก นายเอก (นามสมมติ) ไล่ออกจากบ้านเอื้ออาทร ห้องพักเลขที่ 54 ที่ทั้งตนเองลูกชาย ลูกสะใภ้และหลานสาว ได้ย้ายมาพักได้เพียง 15 วันเมื่อเช้าวันที่ 14 สิงหาคม ที่ผ่านมาลูกชายคือ นายเอก (นามสมมติ) ได้มาบอกว่าให้ตนเองและหลานสาวซึ่งเป็นลูกแท้ๆของเค้าเองให้ออกไปจากที่พักแห่งใหม่


โดยบอกว่าไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าห้องพักแห่งใหม่ เป็นเงิน 4.7 พันบาท โดยลูกสะใภ้บอกว่าถ้าตนเองมาอยู่ด้วยเค้าจะไม่อยู่ ลูกชายจึงบอกให้ตนเองออกมาจากห้องเช้าพร้อมกับให้โทรศัพท์มา 1 เครื่องไม่มีซิมการ์ดแต่สายชาร์จโทรศัพท์ ตนเองจึงได้ตัดสินใจมาแจ้งความเพื่อจะให้ตำรวจเร่งติดตามจับกุมทั้ง 2 ผัวเมีย เนื่องจากมีพฤติกรรมเป็นผู้ค้ายาเสพติด

นางวิชดา บอกต่อว่า ชีวิตตนเองนั้นมีลูก 3 คนซึ่งก่อนหน้าก็เป็นคนมีฐานะดีคนหนึ่ง เพราะเคยได้รับมรดกจากแม่บุญธรรมเป็นเงิน 5 ล้านบาทและบ้าน 3 หลัง ซึ่งจากนั้นได้แบ่งทรัพย์สินไปให้ทุกคนแล้ว กระทั่งสุดท้ายเงินหมดตัว จึงได้ตัดสินใจมาอยู่กับลูกชายคนเล็กซึ่งมีภรรยามีลูกติดเป็นฝาแฝด 2 คนและกับภรรยาเก่าเป็นหลานคนที่ติดตัวมาด้วย ซึ่งเมื่อเข้าได้ภรรยาใหม่ ซึ่งมีลูกฝาแฝดตนเองก็ต้องเลี้ยงทั้งหมด 3 คน แต่มีช่วงที่ลูกฝาแฝดมีปัญหาสุขภาพเป็นโรคภูมิแพ้ ได้มีคนเอาเรื่องไปลงขอความช่วยเหลือทางโลกโซเชียลกระทั่งมีดาราใจบุญที่ชอบช่วยสังคมเข้ามาช่วยและหานมแบบพิเศษรวมทั้งข้าวของต่าง ๆมาให้ ทั้ง 2 ผัวเมียก็มารับลูกฝาแฝดไปเลี้ยงและเอานมแลพของบริจาคไปทั้งหมด และส่ง ด.ญ.เอ (ลนามสมมติ) ลูกของภรรยาเก่า มาให้ตนเองเลี้ยงกระทั่งมีการขับไล่ตนเองในที่สุด


นายวิชดา เล่าทั้งน้ำตาว่า ตนเองสงสารหลานสาวที่ถูกไล่ออกมาด้วยเพราะก่อนหน้าจะไล่ออกมา 1 วันลูกชายได้เตะ ด.ญ.เอ (นามสมมติ) ที่ขาไป 1 ครั้ง ซึ่งตนเองเสียใจมากเพราะ ที่ผ่านมาตั้งแต่เปิดเทอมเดือนเมษายน ด.ญ.เอ (นามสมมติ) นั้นแทบจะไม่ได้ไปโรงเรียนเลยเนื่องจาก ลูกสะใภ้นั้นจะให้แต่งชุดนักเรียนแลให้นั่งรถจักรยานยนต์ไปส่ง ไอซ์และยาบ้า ตามแหล่งต่างๆ เพื่อตบตาไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสนใจ โดยเป็นการกระทำที่ รับไม่ได้ และต้องการให้ตำรวจไปลากทั้งคู่พร้อมทั้งขบวนการค้าย้าบ้าแก๊งนี้ มาเข้าคุกให้ทั้งหมด และยอมรับว่าที่ลูกทิ้งเป็นเพราะเงินหมด ไม่มีสมบัติติดตัวแล้ว จะมีเพียงลูกชายคนกลางที่ทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งย่านปิ่นเกล้าที่ เคยเตือนว่าอย่ามาอยู่กับลูกชายคนเล็กเพราะจะเสียใจ และสุดท้ายก็มาเป็นเรื่องจริงซึ่งตนเองไม่มีหน้าจะไปหาลูกคนกลาง เพราะอายที่เคยเตือนไว้แล้วฉันอยากจะให้หลานสาวมีที่เรียน เพราะเขาเรียนดีเป็นเด็กหน้าตาน่ารักชอบเรียกรำด้วย แต่พ่อเขามาทำแบบนี้ฉันอยากจะให้จับเข้าคุกเพื่อให้เป็นเยี่ยงอย่างเรื่องการค้ายา ไม่ดูแลลูก ทำร้ายร่างกายฉันเองและลูกบ่อยครั้ง โดยตอนนี้อยากจะได้งานทำเพื่อจะได้มีเงินส่งเสียหลานสาวคนนี้ให้มีโอกาสมากที่สุด

นางวิชดา เล่าทั้งน้ำตาอีกว่า ส่วน ด.ญ.เอ (นามสมมติ) อายุ 8 ขวบบอกว่าตนเองนั่งรถจักรยานยนต์ไปกับแม่ใหม่บ่อยครั้งซึ่งเขาจะไปส่งยาโดยตนเองต้องสวมชุดนักเรียนแต่ก็ไม่เคยได้เข้าโรงเรียนมากนัก และก็เคยเห็นทั้งพ่อและแม่เลี้ยงนั้นเสพยาในห้องนอนที่พักด้วย และตอนนี้อยากจะไปเรียนหนังสือเพราะชอบการเรียนมาก แต่ก็ไม่รืจะได้ไปเมื่อไหร่ ขณะที่เจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครปฐม ได้เข้ามาตรวจสอบเรื่องดังกล่าวแล้วโดยมีการสอบปากคำพร้อมพนักงานสอบสวน จากนั้นได้นำทั้งย่าหลานไปรับประทานอาหารพร้อมกับจัดที่พักไว้ ก่อนที่จะมีการประสานงานเพื่อให้การช่วยเหลือในขั้นต่อไปฃ


เรียบเรียงโดย ปนิทัศน์ มามีสุข นส.ปณิดา มามีสุข ทีมข่าวสยามนิวส์ จ.นครปฐม

Loading...