หมอแนะ เจ้าขุน ฟังสังคม ทำตัวให้น่ารัก พร้อมฝากถึง พ่อ แม่

กลายเป็นดราม่าร้อนระอุ หลังจบรายการ 10 Fight 10 เมื่อเจ้าขุน จักรภัทร วรรธนะสิน วัย 16 ปี ลูกชายคนกลางของ เจ เจตริน แสดงอาการหัวร้อนชูนิ้วกลางให้คนดู และแย่งไมโครโฟนจาก กันต์ กันตถาวร พิธีกรบนเวที หลังต่อยมวยแพ้น็อก แบงค์-ธิติ มหาโยธารักษ์ ทำให้โลกโซเชียลวิพากษ์วิจารณ์พฤติกรรมอันไม่เหมาะสมของเจ้าขุน จนลามไปถึงการสั่งสอนของพ่อแม่

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทาง นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ และโฆษกกรมสุขภาพจิต เปิดเผยผ่าน เว็บไซต์ ข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์ ว่า ปัจจุบันมีหลายๆ กรณีที่คนในสังคมและโซเชียลมีเดีย ได้ออกมาบอกกล่าวแนะนำว่าการกระทำบางอย่างโอเค หรือไม่โอเค หรือควรปรับปรุงแก้ไข โดยเฉพาะบุคคลสาธารณะ ซึ่งเมื่อมีคนแนะนำก็ควรนำมาปรับปรุง หรืออะไรไม่สมควรก็ควรออกมาขอโทษ เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีแก่สังคม


บางครั้งทำสิ่งไม่ถูกต้อง อาจไม่ขาวหรือดำ ควรต้องรับฟังทำเป็นตัวอย่างที่ดีกับสังคม อาจเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาสได้ หรือเมื่อได้รับคำชื่นชม ก็ไม่ควรเหลิง จะทำให้มีคนชื่นชมมากขึ้นไปอีก และในขณะที่ทำไม่ดี ก็ควรขอโทษ คนก็จะชื่นชมเช่นกัน และเท่าที่ดูจากรายการเห็น เจ้าขุน มีการขอโทษ ก็ควรชื่นชมกันในส่วนที่น่ารัก เพราะฉะนั้นควรให้โอกาส จะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น

นอกจากนี้อยากฝากถึงบรรดาบุคคลสาธารณะ เมื่อบางอย่างทำดี ควรทำดีต่อไป หากมีการท้วงติงก็ควรปรับเปลี่ยน อาจทำให้ดีขึ้น เพราะทุกอย่างไม่มีอะไรผิดหรือถูกเสมอไป และเมื่อเราอยู่ในสังคมไทยควรมีการนอบน้อม ซึ่งสังคมไทยมองว่าน่ารัก ส่วนกรณีเจ้าขุน แล้วแต่มุมมองอาจไม่ผิดก็ได้ หากเห็นว่าอยู่ในสังคมไทย แล้วทำเรื่องไม่เหมาะสม ควรปรับเปลี่ยนให้ดีขึ้น จะทำให้ดูน่ารักในสายตาของคนในสังคม


ขณะที่ หมอวิน ผศ.นพ.วรวุฒิ เชยประเสริฐ กุมารแพทย์เฉพาะทางด้าน ได้วิเคราะห์เรื่องดังกล่าว ผ่านเพจ เลี้ยงลูกตามใจหมอ ว่า


หากใครติดตาม 10 Fight 10 เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาระหว่าง แบงค์ ธิติ กับ เจ้าขุน คงจะเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นและเป็นประเด็นหลังจากการต่อย เมื่อเจ้าแบงค์ต่อยน็อกชนะเจ้าขุน ตอนประกาศผู้ชนะไม่รู้เกิดอะไรขึ้น เจ้าขุนไปแย่งไมค์จากคุณกันต์ พิธีกร ไปแบบไม่ทันตั้งตัว เพื่อขอบคุณกลุ่มเพื่อนและคนที่มาให้กำลังใจ และยังมีช็อตยกนิ้วกลางลงไปที่ฝั่งคนดูอีก คงไม่มีใครพอใจกับพฤติกรรมดังกล่าวนัก อาจเพราะผิดหวังกับผลที่ไม่เป็นอย่างคาด อาจเพราะโกรธ กับคนเชียร์ด้วยอะไรสักอย่าง อาจเพราะสติหลุดกับสถานการณ์ตรงนั้น จึงแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมออกมาแบบนั้น แน่นอนว่าทุกคนย่อมเคยสติแตก

พราะเราคือ มนุษย์ คนหนึ่งที่เวลาอารมณ์มันพุ่งถึงจุด ไม่ว่าจะโกรธ เศร้า เสียใจ น้อยใจ หรือแม้กระทั่งดีใจ หากเราประคองสติไม่อยู่ เราอาจแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมออกมา ใครคุมสติได้ดีกว่า คนนั้นรอด เอาจริงๆ ยิ่งเด็ก โอกาสคุมสติไม่อยู่ยิ่งมาก เพราะสมองส่วนอารมณ์มันทำงานเต็มที่ สมองส่วนควบคุมมันกำลังพัฒนาอยู่ จึงไม่แปลกใจที่เด็กเล็กจะกรีดร้องอาละวาดให้เราเห็น และการแสดงออกซึ่งพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเหล่านี้จะลดลงเรื่อยๆ เมื่อผ่านการฝึกการควบคุมตัวเองตามสถานการณ์ต่างๆ ของชีวิต โดยมีพ่อแม่เป็นโค้ชผ่านการเลี้ยงดูที่เอื้อต่อการพัฒนาของสมองนั่นเอง หากไม่ฝึก เชื่อเถอะว่า โตไปเป็นผู้ใหญ่ก็อาจมีพฤติกรรมที่ไม่ต่างอะไรจากเด็ก 2 ขวบ


ส่วนสิ่งที่เราจะสามารถช่วยลูกเรื่องของการจัดการอารมณ์มีหลักการง่ายๆ คือ สอนให้รู้เท่าทันอารมณ์ ณ ปัจจุบัน สอนวิธีการจัดการกับอารมณ์นั้น สอนการแสดงออกที่เหมาะสม ที่มิใช่ความรุนแรงหรือความหยาบคาย หรือบางทีรุนแรงได้แต่ใช้ให้ถูกที่ถูกทาง โกรธก็ไปต่อยหรือเตะกระสอบทรายก็ได้ และหากหลุดไปแล้วก็ต้องเรียนรู้ที่จะ ยอมรับผลของการกระทำนั้น แบบแฟร์ๆ สิ่งที่คุณกันต์ได้ทำเพื่อแก้สถานการณ์ในวันนั้น ถือว่า มืออาชีพมาก และเอาจริงๆ หากดูก็พอทราบว่าเจ้าขุน รู้ว่าสิ่งที่ตนเองทำนั้นไม่เหมาะสม และเขาก็ยกมือขอโทษกับความไม่เหมาะสมนั้นแล้วตอนนั้น ประสบการณ์นี้เป็นครูที่ได้สอนอะไรเยอะเลยกับตัวเขาเอง

หากเกิดเหตุการณ์แบบนี้หรือมากกว่านี้กับลูกเราเอง เช่น ต่อ ยตีกับเพื่อน มีปัญหาที่โรงเรียน หรือกระทั่งลูกเดินไปด่าป้าข้างบ้าน ฯลฯ อย่าลืมเอาเหตุการณ์ทุกเหตุการณ์เป็น ครู ที่จะสอนให้เขาเรียนรู้ที่จะวางตัว จัดการกับปัญหา จัดการกับอารมณ์ความรู้สึกให้ได้อย่างเหมาะสมด้วยนะครับ เพราะนั่นคือ หน้าที่ของพ่อแม่อย่างเรา


ขอขอบคุณ เว็บไซต์ ข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์ และ เพจ เลี้ยงลูกตามใจหมอ

Loading...