ผอ.รพ. แจงแล้ว หลังมีข่าว ให้คนไข้กินยาธาตุน้ำขาวแก้ถูกงูเห่ากัด

ที่โรงพยาบาลห้วยยอด จ.ตรัง นายแพทย์ปิยวิทย์ เนกขพัฒน์ ผอ.รพ.ห้วยยอด กล่าวชี้แจงว่า กรณีเคสคนไข้มาโรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 62 ที่ถูกงูเห่ากัด ซึ่งโดยปกติคนที่มีปัญหาเรื่องงูกัด เราต้องระวังเรื่องของระบบประสาท และเรื่องทางเดินหายใจ เราก็ระวังเรื่องระบบทางเดินหายใจมาตลอด ในช่วงที่นอนโรงพยาบาล การหายใจ การเต้นของหัวใจ การทำงานของปอดอยู่ในเกณฑ์ปกติตลอด จึงไม่ได้ฉีดเซรุ่มป้องกันพิษงูเห่า อาการบ่งชี้ที่สำคัญสำหรับผู้ที่ถูกงูกัด คือ เรื่องของระบบทางเดินหายใจ เริ่มตั้งแต่กล้ามเนื้ออ่อนแรง มีตาตก โดยที่ไม่ต้องรอเรื่องหายใจไม่ออก คนไข้คนนี้ก็ไม่ได้มีอาการเหล่านี้ ซึ่งก็อยู่ที่พิษงูด้วย การถูกงูกัดก็ไม่ได้มีปัญหากันทุกราย ไม่ได้เสียชีวิตทุกราย แต่ละคนไม่เหมือนกัน


นายแพทย์ปิยวิทย์ กล่าวต่อไปว่า ตนได้ชี้แจงให้กับญาติรับทราบแล้ว ถึงเรื่องแนวทางในการรักษา การฉีดเซรุ่ม เราได้อธิบายแล้วว่าในคนไข้คนนี้ยังไม่มีข้อบ่งชี้ในการฉีดเซรุ่มป้องกันพิษงูเห่า ในส่วนของการรักษาการป้องกันภาวะการติดเชื้อ เราได้ทำแผลและได้ให้ยาปฏิชีวนะตั้งแต่วันแรก “เรื่องการให้ยาธาตุน้ำขาว” ตามที่เป็นข่าวนั้น ตนก็ได้สอบถามผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ และได้ดูเอกสารการรักษาแล้วว่า ไม่ได้มีการให้ยาธาตุน้ำขาว แต่มีการฉีดยาป้องกันอาการคลื่นไส้อาเจียน ตอนนี้ได้สอบถามความคืบหน้าในการรักษาจาก รพ.ศูนย์ตรัง คนไข้มีอาการเรื่องของปอดอักเสบติดเชื้อ ดื้อยา ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นคนละกรณีกันกับที่ถูกงูกัด ในส่วนของบาดแผลที่ถูกงูกัดก่อนออกจาก รพ.ห้วยยอด ที่เราส่งตัวไป รพ.ศูนย์ตรัง เพราะว่าบาดแผลเริ่มมีตุ่มน้ำ ได้ทำการผ่าตัดทำแผลที่ถูกงูกัด

“ทาง รพ.ห้วยยอด ยืนยันว่าได้ทำการรักษาตามแนวทางการดูแลผู้บาดเจ็บจากการถูกงูกัด และรักษาบาดแผล ซึ่งเราได้ให้การรักษาตั้งแต่แรกแล้ว ส่วนอาการที่เป็นตอนนี้ อาการไตวาย สมองตาย ต่างๆ นั้น สาเหตุไม่ได้มาจากงูกัด แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นภายหลัง ซึ่งโดยปกติแล้วการถูกงูกัดมีโอกาสติดเชื้อได้ง่ายอยู่แล้ว เพราะในพิษงูมีเชื้อหลายตัว” นายแพทย์ปิยวิทย์ กล่าวชี้แจง


ขณะที่ นางสุพิศ ทองแท้ อายุ 49 ปี ลูกสาว กล่าวด้วยว่า วันนี้ ผอ.รพ.ห้วยยอด ได้เรียกญาติไปชี้แจงในแรงการฉีดเซรุ่มว่า งูแต่ละชนิดจะฉีดไม่เหมือนกัน ซึ่งพิษงูเห่าต้องรอดูอาการก่อนว่า คนไข้จะหลับหรือไม่หลับ แต่กรณีของพ่อนั้นไม่หลับ เขาจึงรอดูอาการต่อไป ตอนนี้ทางญาติก็ยังติดใจการวินิจฉัยของแพทย์ว่า ทำไมเขาไม่ฉีดเซรุ่ม ปล่อยไว้ 4 วัน จนอาการทรุดหนัก และไม่ตัดสินใจรีบส่งมาทาง รพ.ศูนย์ตรัง เพราะทีมแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญกว่า ซึ่งอาการที่พ่อตนยืนยันได้ว่า มีผลพวงมาจากพิษของงูเห่า เพราะปกติพ่อเป็นคนที่มีสุขภาพแข็งแรง สามารถทำงานก่อสร้างได้ และไม่มีโรคประจำตัว ซึ่งตอนนี้พ่อมีอาการติดเชื้อรุนแรง ดื้อยา แต่เขาก็ปฏิเสธว่าเกิดจากอาการดื้อยา ส่วนเรื่องยาธาตุน้ำขาวเขาได้ปฏิเสธ แต่ตนเห็นว่ายาที่ให้นั้นเป็นยาธาตุน้ำขาว เป็นน้ำสีขาว

นางสุพิศ กล่าวอีกว่า ทาง รพ.บอกตนว่า จะรับผิดชอบเยียวยา แต่ไม่ได้แจ้งมาว่ารับผิดชอบอย่างไร เพราะยังไม่รู้ว่าอาการพ่อหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร พิการ หรือเสียชีวิต ต้องรอดูไปก่อน ทางญาติยังไม่ได้ตกลงกันทั้งสิ้น เขาชี้แจงมาว่า การเยียวยาแต่ละกรณีไม่เหมือนกัน ตอนนี้ตนขอให้ทาง รพ. รักษาพ่ออย่างเต็มที่ วันนี้หมอบอกว่า อาการอย่างอื่นยังคงที่อยู่ อาการดื้อยายังเหมือนเดิม ตอนนี้คนนอกหมอไม่ให้เข้าไปเยี่ยม หมอแจ้งมาว่า ตอนนี้ไตวายแล้ว สมองตาย ตอนนี้ในใจก็หวังอยู่ถึงแม้จะพิการก็อยากให้พ่อกลับมา รู้สึกเสียใจมาก และไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับคนไข้รายอื่น ยังติดใจการรักษา และความเสมอภาคทัดเทียม และตนยังไม่เข้าใจที่ทาง รพ.ชี้แจง กล่าวอ้าง อย่างไรก็ตาม ตนและครอบครัวจะสู้ให้ถึงที่สุด ความคืบหน้าจะรายงานต่อไป.


Loading...