หมอเผยทาง เลี่ยงโรคที่ วินัย ไกรบุตร เป็นถึงแข็งแรงแค่ไหนก็เป็นได้

สร้างความตกใจให้แฟนๆไม่น้อย สำหรับ วินัย ไกรบุตร นักแสดงมากความสามารถที่ดูแข็งแรงบึกบึนเป็นพระเอกนักกล้ามแต่ใครจะไปเชื่อว่าปัจจุบันนี้กลายเป็นคนมีโรคแบบไม่รู้ตัว โดยเป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า วินัย ไกรบุตร นั้นกำลังรักษาโรค โรคผิวหนัง ตุ่มใสทั่วร่าง กรณีดังกล่าวนั้นสร้างความตกใจให้กับหลายคนจนหันมาดูแลตัวเองกันมากขึ้นและสาเหตุอะไรที่ทำให้เขาเป็นอย่างนี้ล่าสุดมีคำตอบจากแพทย์หญิง ด้านพัฒนาระบบสุขภาพ ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับ “โรคเพมฟิกัส” โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้


สาเหตุ  เกิดจากภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานผิดปกติ ซึ่งไปทำลายเซลล์ผิวหนัง ทำให้ผิวหลุดลอกจากกัน – ยังไม่ทราบสาเหตุของโรคที่ชัดเจน – พบว่า ปัจจัยทางพันธุกรรม และปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม มีบทบาทร่วมกันในการก่อโรค – มีรายงานอุบัติการณ์ 0.5 – 3.2 รายต่อประชากรแสนคน – ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ มักมีอายุเฉลี่ยที่ 50 – 60 ปี


อาการ  ตุ่มน้ำพอง หรือแผลถลอกเรื้อรังที่บริเวณร่างกาย หรือเยื่อบุ – 50-70% ของผู้ป่วย จะมีอาการแผลในปากเรื้อรังเป็นอาการแรก และอาจเป็นก่อนอาการทางผิวหนัง ประมาณ 5 เดือน – มักพบเป็นแผลถลอกที่บริเวณเหงือก กระพุ้งแก้ม หรือเพดานปาก อาการทางผิวหนังจะพบตุ่ม น้ำพอง เกิดขึ้นเองบนผิวหนัง หรืออาจพบบนผิวหนังที่มีผื่นแดงนำมาก่อน – ลักษณะตุ่ม จะเป็นตุ่มน้ำ และเป็นตุ่มที่แตกออกได้ง่าย กลายเป็นรอยถลอก ร่วมกับสะเก็ดน้ำเหลือง – แผลถลอกมักจะขยายออกไป จนกลายเป็นแผลใหญ่ ทำให้เกิดอาการปวดแสบมาก


วิธีรักษา การรักษามีจุดประสงค์ในการลดการเกิดตุ่มน้ำใหม่และเร่งการสมานแผลให้เร็วที่สุด – ยาที่ใช้รักษาหลัก คือ ยาสเตียรอยด์ชนิดรับประทาน โดยใช้ในขนาดสูง 0.5-1 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน – ขึ้นกับความรุนแรงของโรค ผู้ป่วยที่มีความรุนแรงของโรคมาก หรือมีผื่นในบริเวณกว้าง จำเป็นต้องได้รับยากดภูมิคุ้มกันชนิดอื่นๆ เช่นยา cyclophosphamide หรือยา azathioprine ร่วมด้วย แล้วค่อยๆ ปรับลดยาลงช้าๆ


โดยใช้ยาที่น้อยที่สุดที่จะควบคุมโรคได้ ยาอื่นๆ ที่อาจเป็นทางเลือกในการรักษาร่วมกับยาสเตียรอยด์ ได้แก่ ยา dapsone หรือ ยา mycophenolic acid รักษาให้หายขาดได้หรือไม่? แพทย์หญิงอรยา ระบุว่า โรคเพมฟิกัส เป็นโรคตุ่มน้ำพองเรื้อรัง ไม่ติดต่อ รักษาให้หายได้ ผู้ป่วยต้องมารับการรักษาต่อเนื่อง มาตามแพทย์นัดอย่างสม่ำเสมอ อย่าลดหรือเพิ่มยาเอง การรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอก็จะทำให้ผู้ป่วยสามารถดำรงชีวิตได้เหมือนคนปกติทั่วไป ไม่มีรอยโรคใหม่เกิดขึ้น อย่างไรก็ดี โรคกลุ่มนี้เป็นโรคเรื้อรัง อาจมีอาการโรคกำเริบและสงบสลับกันไป ผู้ป่วยบางรายอาจเข้าสู่ระยะโรคสงบหลังรักษา 3 – 5 ปี แต่มีผู้ป่วยบางรายจำเป็นต้องได้รับการรักษาต่อเนื่องเป็นเวลานานและอาจเสียชีวิตจากความรุนแรงของโรคหรือภาวะแทรกซ้อนจากการรักษา

ขอบคุณ : วินัย ไกรบุตร


Loading...