ครอบครัวสุดช็อก ตั้งโลงเคียงคู่ แม่กับลูกชายรักกันมาก ตายวันเดียวกัน (คลิป)

จากกรณีที่หญิงชรารายหนึ่งทราบชื่อคือ นางเผือก พากเพียร อายุ 68 ปี เสียชีวิตอยู่ในปั๊มน้ำมันก่อนถึงศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ถนนพหลโยธินขาเข้า ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งแพทย์และกู้ภัย พยายามปั๊มหัวใจเพื่อยื้อชีวิต แต่ไม่เป็นผล นางเผือกเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยมีลูกสาวทราบชื่อคือนางสาวจิราพร พากเพียร นั่งร้องไห้อยู่ข้างศพ เป็นภาพที่สลดหดหู่ และยิ่งสะเทือนใจ เมื่อทราบว่านางสาวจิราพร เพิ่งสูญเสียพี่ชายไปเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้


ล่าสุดวันที่ 11 มิ.ย. 62 ที่วัดพระขาว ต.พระขาว อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นสถานที่บำเพ็ญกุศลศพนางเผือก และจ่าสิบเอกวรพล พากเพียร อายุ 46 ปี ทั้งคู่เป็นแม่ลูกกัน สำหรับวันนี้มีพิธีรดน้ำศพ และสวดพระอภิธรรมคืนแรก บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า

โดยนางสาวจิราพร พากเพียร หรือ ปุ๊ อายุ 37 ปี ลูกสาวของนางเผือก และเป็นน้องสาวของจ่าสิบเอกวรพล เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ครอบครัวตนมีกันอยู่ 5 คน มีพ่อแม่และพี่น้องรวม 3 คน ซึ่งตนเป็นน้องสาวคนเล็ก ส่วนจ่าสิบเอกวรพลเป็นพี่ชายคนโต สำหรับวันเกิดเหตุ เมื่อวานนี้ (10 มิ.ย.) เวลาประมาณ 17.30 น. หลานโทรศัพท์มาบอกว่าพี่ชายเสียชีวิตด้วยอาการช็อก จากนั้นจึงตัดสินใจโทรศัพท์หาแม่ แต่ยังไม่กล้าบอกความจริงกับแม่ โดยโกหกแม่ว่าพี่ชายป่วยเข้าโรงพยาบาล จึงนัดแม่ว่ามาเจอกันที่ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต


ซึ่งแม่ได้โดยสารรถตู้ประจำทางมาจากหมู่บ้าน ซึ่งตนก็ได้โทรศัพท์หาแม่เป็นระยะว่าถึงไหนแล้ว กระทั่งช่วงเวลาประมาณ 1 ทุ่ม คนที่รับสายแทนแม่คือคนขับรถตู้ บอกว่าแม่ได้เกิดภาวะช็อกกะทันหันอยู่ที่เบาะรถ จึงได้นำรถเข้ามาจอดที่บริเวณภายในปั๊มน้ำมัน และได้โทรศัพท์เรียกเจ้าหน้าที่กู้ชีพมาช่วยปั๊มหัวใจ ตนจึงรีบนั่งวินมอเตอร์ไซค์ไปที่ปั๊มน้ำมันดังกล่าว ภาพที่เห็นคือเจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังปั๊มหัวใจแม่อยู่ แต่ชีพจรแม่ก็ไม่ตอบสนองจึงเสียชีวิตในเวลาต่อมา

สำหรับแม่ก็มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว ทั้งเบาหวานและความดัน แต่แม่ก็ไม่เคยเกิดอาการช็อกแบบนี้มาก่อน ซึ่งจากเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น เป็นการสูญเสียแบบไม่ทันตั้งตัว โดยไม่มีลางบอกเหตุใด ๆ และเสียทั้งแม่และพี่ชายไปในเวลาใกล้เคียงกัน เปรียบเหมือนพรากดวงใจทั้ง 2 ดวงไป และยังจากไปด้วยอาการเดียวกัน มาถึงขณะนี้ตนก็ยังรู้สึกช็อกกับการสูญเสียครั้งนี้


อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เป็นห่วงที่สุดตอนนี้คือห่วงพ่อ กลัวว่าพ่อจะช็อกอีกคน เพราะพ่อตนนั้นดูภายนอกแข็งแรงดี แต่สภาพจิตใจคิดว่าคงย่ำแย่ ซึ่งตนก็ได้ให้กำลังใจ และบอกกับพ่อว่าไม่เป็นไร เรายังอยู่กันได้ พี่ชายกับแม่ไปสบายแล้ว ซึ่งตนก็จะดูแลพ่อให้ดีที่สุด ส่วนแม่และพี่ชาย ถ้าหากเขารับรู้ ตนก็อยากจะบอกกับเขาว่าไม่อยากให้จากไปเร็วแบบนี้ เราไม่ทันได้ตั้งตัว แต่ขอให้ทั้งคู่ไปสบาย

คลิปข่าว


Loading...